Construction Engineering Technology and Management professional project management approaches to finance, plan, design, construct, monitor control construction projects and Attorney-At-Law.
Jadsadanat Dujawan
รับงานบริการ ด้านวิศวกรรม และอื่นๆ โทร 0897983497
Services by Jedsadanat
Mobile: 089-7983497
* Designs Architecture -ออกแบบสถาปัตยกรรม
* Designs Structure -ออกแบบโครงสร้าง
* Construction Planner -วางแผนงานการก่อสร้าง
* Construction Management -การบริหารการก่อสร้าง
* Other in Civil Engineer -อื่นๆ ในสาขาวิศวกรรมโยธา
* Attorney-At-Law - ทนายความ
* Clover Group/Aimstar - กลุ่มโคลเว่อกรุ๊ป/เอมสตาร์
ก่อนอื่น เรามาฟังนิทาน สร้างใจกันก่อนดีกว่า"ในเรื่อง
ความเชื่อ ที่บ่งชี้ความเป้นไปได"
คุณเคยได้ยินเรื่องที่ควาญช้างฝึกลูกช้างใหมครับ?
เขาจะผูกลูกช้างใว
กับกิ่งไม้ ลูกช้างก็มักจะพยายามดิ้นให้โซ่หลุดออกจากกิ่งไม้ แต่กิ่งไม้
ก้ไม่ขยับเขยื้อนเลย
ลูกช้างใช้ความพยายามอยู่หลายวันแต่ก็ไม่เป็นผล
มันเริ่มจะเชื่อแล้วว่า ตัวเองไม่มีความสามารถมากพอที่จะทำให้กิ่งไม้หักได้ จนในที่สุด
ในที่สุดลูกช้างก้เชื่อว่าไม่สามารถทำให้กิ่งไม้หักได้ มัน
จึงยอมแพ้เมื่อลูกช้างโตขึ้น
แม้ว่ามันจะมีน้ำหนักหลายสิบตัน แล้วก็ตาม
เมื่อควานช้างนำไปผูกใว้ที่กิ่งไม้ มันก็ไม่เคยที่จะพยามหนีไป ใหน เพราะมันเชื่อว่ามันคงหนีไปใหนไม่ได้แล้ว
และมันก้ไม่เคยแม้แต่ให้โอกาสตัวเองสักครั้งเพื่อพยายามหนีอีกเลยเปรียบได้หลายครั้งกับผู้คนมักใส่โปรแกรมความเชื่อ ว่า
ตัวเองคง ไม่สามารถหลุดพ้นจากวิถีชีวิตเดิมๆๆ
ไม่สามารถทำอะไรได้มากไป กว่านี้ แน่นอนเราไม่มีทางที่จะรู้ว่า ในที่สุดความเป้นจริงที่เกิดขึ้นใน อนาคตคืออะไร
แต่ผมก้เชื่อว่าผลลัพธ์ที่ออกมามันจะใกล้เคียงกับ
ความเชื่อของเรา เชื่อว่าเราสามารถหลุดพ้นจากวิถีชีวิตเดิมๆ แล้วทำให้คุณค่ามากกว่าเดิมได้
ผลลัพธ์จากความเชื่อที่ใกล้เคียง
ความเป็นจริงที่สุดคือ
"คุณจะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม และมีคุณค่ามากกว่าเดิม"
2/12/53
สร้างจิตสำนึก กับคำพูด
การใช้คำพูดที่ดีกับผู้อื่นก็ทำให้คุณดูมีเสน่ห์ได้ โดยการรู้จักใช้คำพูดให้เป็นศิลปะในการผู้มัดใจคนได้ การพูดก็ไม่ควร เลือกที่รักมักที่ชัง จงใช้ภาษาพูดที่ไพเราะ สุภาพกับทุกๆ คนที่เป็นลูกค้าไปทางบวก(Positive Wording) จะทำให้ลูกค้ารัก เอ็นดู และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ และความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ แต่ในทางกลับกันคำพูดทางลบ(Negative Wording) ก็จะเป็นสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์ย่อมนำไปสู่ความไม่พอใจ ไม่ชอบ โดยคำพูดในทางลบนั้นเหมือนหลุมพรางที่จะทำให้คุณตกลงไป ซึ่งหลุมพราง ของคำพูดทางลบทั้งหมด 8 แบบ ดังนี้
1."ขวานผ่าซาก"
เป็นคำพูดของคนที่ไม่คิดก่อนพูด ใช้คำพูดโผงผาง ตรงๆ ถ้าไม่ต้องการให้ผู้อื่นรู้สึกเสียใจ ควรที่จะคิดก่อนเสมอว่าจะพูดอะไร และอย่าลืม การใช้ประโยคเกริ่นนำในทางบวก เพื่อให้ลูกค้ามีความรู้สึกดี
2."ยุแยง ตะแคงรั่ว"
เป็นคนที่ชอบยุแหย่ให้คนเกลียดกัน ซึ่งคนส่วนมากมักจะหลีกเลี่ยงที่ไม่เผชิญหน้ากับคนจำพวกนี้ เพราะคบหาสมาคมด้วยแล้วรู้สึกว่า ชีวิตไม่มีอะไรสร้างสรรค์เลย พูดคุยด้วยแล้วรู้สึกสลดหดหู่
3."เข้าใจอยู่คนเดียว"
เป็นคนที่พูดจาไม่รู้เรื่อง เพราะคนอื่นฟังแล้วไม่เข้าใจ คำพูดแบบนี้จะทำให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจผิด และอาจจะทำให้เกิดเรื่องขึ้นได้ เพราะเกิดการส่งความหมายที่ผิดพลาด ไม่เป็นไปดังที่ตั้งไว้ ดังนั้นเมื่อพูดอะไรไปแล้วควรตรวจสอบความเข้าใจของฝ่ายตรงข้าม ให้ชัดเจนว่าเข้าใจตรงกันหรือไม่ โดยอาจถามว่า “มีอะไรจะถามเพิ่มเติมอีกหรือไม่” คนที่อยู่หลุมพรางนี้ควรที่จะเตรียมตัวไว้ ล่วงหน้าก่อนเสมอ จัดวางลำดับขั้นตอนของเรื่องที่จะพูด อาจยกตัวอย่างมาประกอบให้เห็นชัดในบางช่วงก็ได้
4."เหน็บแนม"
เป็นการใช้คำพูดที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกสะเทือนใจแบบเล็กๆ ซึ่งทำให้ผู้ฟังเกิดความไม่พอใจ โดยเฉพาะถ้าการพูดแบบนี้กับลูกค้าของคุณ อาจจะทำให้สินค้า และบริการของคุณต่อไปก็เป็นได้ อีกทั้งหากผู้พูดไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังเป็นคนที่ชอบพูดเช่นนี้ จะทำให้ต้อง เสียคนรอบข้างไป
5."ยกตน ข่มท่าน"
เป็นคนที่ชอบพูดจาเช่นนี้ เป็นพวกที่ต้องการให้ตนเองดูโดดเด่นเหนือคนอื่น คนประเภทนี้ถ้าเก่งจริงก็ดีไป แต่ถ้าไม่เก่งจริงอย่างปากว่า แล้วล่ะก็จะได้รับผลที่ตนเองได้ก่อไว้อย่างแน่นอน เพราะเป็นคนดีแต่พูดเวลาทำงานจริง กลับทำไม่ได้อย่างที่พูดไว้ตอนแรก ซึ่งการพูดแบบนี้ไม่ได้อะไรขึ้นมาและอาจจะทำให้คนอื่นหมั่นไส้และหนีออกห่างจากคุณอีกต่างหาก
6."ขว้างงูให้พ้นคอ"
เป็นพวกที่ชอบปัดความรับผิดชอบ เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด ซึ่งในสังคมไทยสามารถพบเห็นได้มาก เพราะคนไทยขี้กลัว กลัวว่าตัวเอง จะมีความผิด จึงโยนความผิดให้คนอื่น ซึ่งการพูดเช่นนี้หากไม่ใช่เรื่องจริงก็ต้องระวังว่าถ้าอีกฝ่ายรู้ย่อมจะเสียความรู้สึก หรือถ้าเป็นกลุ่ม ลูกค้าคุณก็บอกได้คำเดียวว่า “โชคร้าย” กำลังจะมา
7."ย้ำคิด ย้ำทำ"
เป็นคนที่ชอบพูดแล้วพูดอีก เป็นการพูดแต่เรื่องเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาตลอด ซึ่งก็ลูกค้าส่วนมากก็ไม่ชอบให้ใครมาจ้ำจี้จ้ำไชตลอดเวลา และตัวคุณเองก็คงเช่นกัน ดังนั้นเมื่อคุณพูดอะไรไปแล้ว ไม่ต้องกังวลถึงงานหรือสิ่งที่ได้รับมอบหมาย หรือมอบหมายให้แก่ผู้อื่น เพื่อดำเนินการ เพราะลูกค้าหรือคนอื่นย่อมมีความคิดเป็นของตนเอง เพราะต่างคนก็โตๆ กันแล้ว
8."แพ้ชวนตี"
เป็นการพูดที่ไม่ยอมรับในเรื่องที่เกิดขึ้น โดยการกระทำของตัวเอง หรือเป็นพวกที่ผิดแล้วไม่ยอมรับผิด แล้วยังโทษหรือตีโพยตีพายว่า เป็นความผิดของคนอื่น ซึ่งต้องระวังให้มากเพราะเมื่อคุณเริ่มปฏิเสธ คัดค้าน ในเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ก็ย่อมทำให้ผู้อื่นไม่เชื่อถือ และอาจจะไม่ใช่บริการของคุณอีกเลยก็ได้
ความรักความผูกพัน
25/7/53
ข้อคิดในเชิงบวก
- เวลาเจอปัญหาซับซ้อน ให้บอกตัวเองว่า นี้คือบทเรียนที่สร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ
- เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกตัวเองว่า นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต
- เวลาเจอนาย จอมละเมียด ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (Perfectionist)
- เวลาเจอคนตำหนิ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ
- เวลาเจอคำนินทา ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการสะท้อนว่าเรายังเป็นคนที่มีความหมาย
- เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกตัวเองว่า นี่คือวิธีธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต
- เวลาเจอคนเลว ให้บอกตัวเองว่า นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์
- เวลาเจอคนที่เรารักไปกับชายอื่น ให้บอกตัวเองว่า นี่คือนี่คือการบริหารเสน่ของผู้หญิงไทย
- เวลาคนรักตัวเองโดนชายอื่นปล้ำ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือชีวิตถ้าไม่ไปก็คงไม่โดนปล้ำ (อย่ามองเรื่องเซ็กเป็นสิ่งสำคัญ ให้กลับมามองคนที่คุณรักและเขารักคุณ)คิดเสียว่าให้หมามันกินนะ
- เวลาเจอคนที่เรารักทิ้ง ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ ความอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาศพบเจอ ถ้าเขาไม่รักเราแล้ว
- เวลาเจอ ภาวะหลุดออกจากอำนาจ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความเป็นอนิตตาของชีวิต และสรรพสิ่ง
- เวลาเจอความตาย ให้บอกตัวเองว่า นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์ (เกิด แก่ เจ็บและตาย)
18/7/53
เป็นคนดีมันต้องแค่ใหน
แค่ใหนถึงเรียกว่าดีครับ การเป็นคนดีมันต้องแค่ใหน ผมเองก็เพิ่งได้เรียนรู้คำว่า
” ดี “เพียงคำเดียวมีนิยามความหมายที่ลึกซึ้งเหลือเกิน ตั้งแต่ง่ายที่สุด จนถึงยากที่สุด คำว่า ดี, ดีกว่า,และ ดีที่สุด คิดว่าอย่างใหนจะดีกว่ากัน เป็นคำถามที่ง่ายมาก แต่คำตอบยากมากนะครับ
บางคนก็ตอบว่าดี บางคนก็ตอบว่าดีกว่า และบางคนก็ตอบว่าดีที่สุด อือแล้วตัวคุณละต้องการจะเป็นชอบที่จะมีคำว่าดีแค่ใหน ซึ่งแต่ละคนก็มีความเห็นแตกต่างกันไป ไม่มีใครถูกใครผิด
แต่คำเฉลยของคำว่าดีนั้นคือ ” ดี “นั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด การทำดีเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าดีหรือ รู้สึกว่าดี เป็นเรื่องที่ยากมาก ยากกว่าการทำให้ดีกว่า หรือดีที่สุด
ในหลักพุทธศาสนานั้น คำว่า ” ดี “ ต้องประกอบด้วย 3 องค์ประกอบคือ คิดดี, พูดดี,และทำดี จึงจะถือว่าดี แต่ ” ดี “ ในสมัยนี้ ไม่ใช่แค่ คิดดี, พูดดี,และทำดี แต่ต้องเกี่ยวโยงกับคนอื่น คุณคิดแบบนี้ใหมละ แต่สำหรับตัวผมๆคิดนะผมเปิดตัวเองในการคิด ต้องให้คนอื่นรู้สึกว่ามันดีและรู้สึกดี
คำว่า ดีนั้น ไม่จำเป็นว่าต้อง ดีกว่า หรือดีที่สุด
การที่จะทำให้คนอื่นเห็นและรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำเราพูดนั้น “ดีเนาะ” ไม่งาย องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ “ทำดี” เพื่อให้คนทั่วไปรู้สึกว่า ” ดี “ นั้นประกอบด้วย “สติ” บวก “ปัญญา” บวก “หิริ” และ “โอตตัปปะ”จึงจะเรียกได้ว่า ” ดี “
การมี “สติ” ทำได้ด้วยการควบคุมตนเอง มีจิตที่ตื่นอยู่เสมอรู้ตัวในสิ่งที่พูด ที่จะทำ ไม่ว่าเรื่องงาน ความสัมพันธ์กับคนอื่น สติทำให้จิตมี “สมาธิ” ไม่วอกแวก ช่วยให้มองโลกในแง่ดี เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน
เมื่อมี “สติ” แล้วก็มี “ปัญญา” เป็นตัวเสริม ปัญญาหรือความรู้จะช่วยให้เราเข้าใจสิ่งต่างๆได้ดี ทำให้เป็นคนมีเหตุมีผล รู้จักบาป และบุญ กับคุณ และ โทษ จากนั้นเอา “หิริ” และ “โอตตัปปะ” ใส่เข้าไปด้วยทำให้ละอายใจต่อการทำบาป กลัวการทำชั่ว การทุจริต และที่สำคัญ บาปกรรมไม่ต้องรอชาติหน้า ชาตินี้ก็ตามทัน แต่จะเป็นไปในรูปแบบใหน คนทำชั่วทำไม่ดี เตรียมตัวใว้นะครับ
ต้องขอบคุณหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 17/07/53 “ลมเปลื่ยนทิศ” ซึ่งตัวผมเองได้ปรับแก้ใขเพิ่มเติมบางส่วนเข้าไป